ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีเห็นโฮมเธียเตอร์เพื่อที่จะมือใหม่  (อ่าน 10 ครั้ง)

popcorn2468
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4893
    • ดูรายละเอียด
เกร็ดดูโฮมเธียเตอร์เพราะว่ามือใหม่

เชื่อว่าหลายๆคนอยุ่งยากจะมีชุดโฮมเธียเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสักชุดหนึ่งเอาเร็วไว้เพิ่มอรรถรสในการชมหนัง ฟังเพลง เพื่อการเอาแรงที่ดียิ่งขึ้น เท่านั้นดันต้องมาเจอปัญหาที่คาดไม่ถึงว่า สเปคเครื่อง รีซีฟเวอร์ ระบบลำโพงแบบ 5.1 แชนแนลกับซับวูฟเฟอร์ รวมทั้งยังเจอผู้ปฎิบัติงานขายที่เพียรพยายามจะยัดเยียดทางสัญญาณดิจิตอล ทั้งๆที่เป็นแบบใยแก้งนำแสง หรือล่าโคแอ็กเชียล ครั้นแล้ววันนี้เราจะมาเสนอแนะเนื่อสะดุด้วยมือใหม่ที่กำลังคิดว่าจะเลือกรีซีฟเวอร์เช่นไร ลำโพงอะไร จะซื้อเครื่องที่มาเป็นเซตดี หรือเปล่า

รีซีฟเวอร์ (Receiver) คือหัวใจหลักของระบบเสียงโฮมเธียเตอร์ก็ว่าได้ เหตุเพราะรีซีฟเวอร์ทำหน้าที่เป็นทั้งจูนเนอร์ หรือเครื่องรับสัญญาณจากมุมมองวิทยุ, เป็นอินติเกรตแอมป์ เพื่อขยายเสียงสัญญาณที่มาจากเครื่องเล่นดีวีดี หรือรับมาจากกล่องสัญญาณเคเบิ้ลทีวีพร้อมด้วยทำหน้าที่แปลงสัญญาณที่ส่งมาทั้งระบบดิจิตอลและอานาล็อก โดยจะอ่านสัญญาณแยกออกเป็น 5.1 แชนแนล หรือมากกว่านั้นบางรุ่นอาจจะจะเป็น 7.1 แชนแนล เพื่อขับลำโพง ได้แก่

ลำโพงเซ็นเตอร์ (Center) ใช้เพื่อขับเสียงกลาง หรือเสียงพูด ซึ่งการเพ่งหนังนั้นลำโพงเซ็นเตอร์จะทำหน้าที่มากมากมายนั่นเอง ลำโพโฮมเธียเตอร์ยับยั้ง้านหน้าซ้ายพร้อมทั้งขวา (Front) กับลำโพง Surround เป็นลำโพงเพื่อแยกมิติเสียง พร้อมด้วยสนับสนุนให้การสร้างเอฟเฟคให้มีการสมจริงมากยิ่งขึ้น

ลำโพงทั้งชำรุดนี้นั้นควรจะเป็นยี่ห้อเดียวกันพร้อมทั้งรุ่นเดียวกัน เหตุเพราะว่าจะทำเอาเสียงที่ได้ออกมาผสมกลมกลืนกันทั้งระบบซึ่งปัจจุบันนี้ บริษัทผู้จัดจำหน่ายนั้นจะจัดจำหน่ายเป็นแบบเซตอยู่แล้ว ส่วนสนนราคานั้นก็มีให้เลือกตั้งแค่นั้นระดับถูกไปจนถึงแพงมากๆ อยู่ที่เราอยุ่งยากได้เสียงที่ยอดเยี่ยม หรือเสียงที่ธรรมดาพอฟังได้

ในปัจจุบันนี้รีซีฟเวอร์มีการพัฒนาที่ล่าช้ากว่าแอมปลิฟลายเออร์ด้วยว่าฟังเสียงเพลงที่มีให้เลือกมากกว่าและออกแบบวงจรที่มีความหลากหลายกว่า ตั้งขนาดนั้นโฮมเธียเตอร์เกิดขึ้นมาในตลาด Home Use ระบบโฮมเธียเตอร์นั้นยังคงเน้นในการผลิตให้กับกลุ่ม Mid-end จนไม่เป็นได้พัฒนาศักยภาพของรีซีฟเวอร์ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นได้ สมัยปัจจุบันผู้ผลิตก็ยังมุ่งเน้นไปพัฒนาเรื่องเล็กๆน้อยๆจนไม่ได้เข้ามาแก้ไขเหตุการณ์ระบบเสียงให้ดียิ่งขึ้น

>> การถอดรหัสเสียง

ส่วนระบบถอดรหัสเสียง เช่น Dolby Digital, Dolby Pro-Logic, DTS รวมไปถึง THX โดยมากจะเป็นเหตุให้คนซื้อสับสนว่ามันคืออะไรบ้างพร้อมด้วยจำเป็นเพียงไหน ระบบถอดรหัสเสียงของ Dolby มอหยุดูเสมอเหมือนจะครองตลาดเครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ มันทำได้ทำหน้าที่แยกเสียงที่ถูกบันทึกมาจากแผ่น DVD ให้ถูกต้องยิ่งนัก จากซ้ายไปขวา จากเซอร์ราวด์ไปเซ็นเตอร์ เครื่องที่ติด Label พวกนี้ก็ศักยทำงานกับแผ่นที่บันทึกมาในระบบนั้นๆซึ่งรีซีฟเวอร์โดยมากจะมีระบบถอดรหัสแทบจะทุกตัว ส่วน Label THX ที่คนจำนวนมากคิดว่ามันคือระบบเสียงแต่มันไม่ใช่เช่นนั้น รีซีฟเวอร์ที่เก่งติด Label THX ได้นั้นจะต้องนำเครื่องไปให้ THX ทดสอบว่าเครื่องยี่ห้อนี้ ข้ามหลักเกณฑ์ THX หรอ หลักเกณฑ์ที่ว่าเช่นกำลังขับ การตอบสนองความถี่ พร้อมกับความเที่ยงตรงของเสียง ต้องอยู่ระดับไหนถึงจะใช้มาตรฐาน THX ได้ ส่วนการถอดรหัสเสียงระบบ Dolby หรือ DTS เป็นตัวทำหน้าที่นั่นเอง

>> วัตต์สำคัญ? แล้วมากน้อยแค่ไหนถึงจะดี

หากจะถามว่ากำลังขับเสียงกี่มากน้อยถึงจะพอดีกับเรา คิดว่า 70–100 วัตต์น่าจะพอเพื่อจะห้องรับแขก หรือห้องที่ไม่ใหญ่มากนัก ขนาดนั้นเหนือสิ่งอื่นใจ คือรีซีฟเวอร์จะต้องมีกำลังสำรองพอสมควร โฮมเธียเตอร์ซึ่งผู้ซื้อสมควรหาสเปกมาศึกษาเนรมิต น ส่วนช่องสัญญาณแหวกแนวๆต้องมีอย่างครบถ้วน ตั้งเพียงนั้นช่องรับสัญญาณดิจิตอลใยแก้วนำแสง ช่องนำสัญญาณแบบ Coaxial ช่องต่ออานาล็อก ช่องเสียบถนนลำโพงต้องมีขนาดที่ใหญ่พอสมควร พร้อมด้วยดินแดนพอจะเสียบเส้นทางลำโพงเส้นใหญ่ๆได้

>> แนววัสดุอุปกรณ์จำเป็นในระบบโฮมเธียเตอร์

เมื่อเราคิดที่จะแปลงแถวจากสายลับที่ผู้ขายเขาแถมมาให้เรา เราก็ต้องเรียนรู้เปลาะมูลแตกต่างๆทำการนซื้อ ว่าระบบโฮมเธียเตอร์นั้นต้องการสายลับอะไรบ้าง จำนวนมากพนักงานจะแนะนำดิจิตอลแบบ Optical ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นของที่ทำจากจีน จริงอยู่ว่าสปาย Optical ถ้ามีคุณภาพสูงมูลค่าก็จะสูงขึ้นตาม ขนาดนั้นถึงอย่างนั้นช้า Optical เมื่อเทียบกับสาย Coaxial แล้วจารชน Optical จะให้รายละเอียดได้ดีใช้ได้ เท่านั้นว่าด้วยเรื่องราวเสียงนั้นจะออกไปทางแข็งกระด้างมากกว่า Coaxial นั้นจะให้เสียงไปทางที่อ่อนหวานน่าฟังมากกว่า ส่วนนี้ก็อยู่ที่ความชอบส่วนบุคคลนะครับ
 

Tags : โฮมเธียเตอร์,โฮมเธียเตอร์ aj